News

รอยจูบเย้ยฟ้าของเลขาหน้าด้าน: เมื่อสามีตวาดให้ฉัน

“เจียมตัว” ในวันรับตำแหน่ง CEO… โดยไม่รู้เลยว่าประธานกรรมการใหญ่ที่แท้จริงคือพ่อของฉันเอง!

แสงไฟจากแชนเดอเลียร์คริสตัลส่องประกายระยิบระยับไปทั่วห้องบอลรูมของโรงแรมระดับห้าดาว บรรยากาศอบอวลไปด้วยเสียงดนตรีคลาสสิกและกลิ่นอายของความสำเร็จ ค่ำคืนนี้คืองานเลี้ยงฉลองที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของ ‘เอ็มไพร์กรุ๊ป’ บริษัทยักษ์ใหญ่ระดับประเทศ เพื่อประกาศแต่งตั้ง ‘กันต์ธร’ ขึ้นเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือ CEO คนใหม่อย่างเป็นทางการ พนักงานระดับหัวกะทิกว่า 500 ชีวิต รวมไปถึงนักข่าวและแขกวีไอพีต่างมาร่วมเป็นสักขีพยาน

ฉัน… ‘นลิน’ ยืนหลบมุมอยู่ข้างเวทีในชุดราตรีสีครีมเรียบหรู มองดูสามีที่ฉันแต่งงานร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วยมาถึง 5 ปีเต็มกำลังยืนยิ้มรับเสียงปรบมืออยู่บนเวที ตลอดเวลาที่ผ่านมา ฉันทำหน้าที่เป็นภรรยาที่แสนดี คอยดูแลงานบ้าน เป็นที่ปรึกษา และคอยผลักดันเขาอยู่เบื้องหลัง โดยที่เขาไม่เคยรู้ความลับที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของฉันเลย… ความลับที่ว่า ฉันคือทายาทเพียงคนเดียวของมหาเศรษฐีผู้ก่อตั้งเอ็มไพร์กรุ๊ป!

ฉันปิดบังฐานะที่แท้จริงและใช้ชีวิตอย่างผู้หญิงธรรมดาๆ เพียงเพราะอยากได้ความรักที่บริสุทธิ์ใจ ไม่อยากให้ใครเข้าหาเพราะเงินทอง และกันต์ธรก็คือผู้ชายที่ฉันเลือก ฉันขอร้องให้คุณพ่อช่วยสนับสนุนเขาในหน้าที่การงานอย่างลับๆ จนเขาก้าวขึ้นมาถึงจุดสูงสุดในวันนี้

แต่ดูเหมือนว่า… อำนาจและเงินทองจะเผยสันดานดิบของคนได้ชัดเจนที่สุด

บนเวทีนั้น หลังจากที่กันต์ธรกล่าวสピーชจบ ‘ลิตา’ เลขาสาวสวยวัยใสที่เพิ่งเข้ามาทำงานได้ไม่ถึงปี ก็เดินถือช่อดอกไม้ช่อใหญ่ขึ้นไปมอบให้เขาบนเวที รอยยิ้มของลิตาเต็มไปด้วยความยั่วยวน และแทนที่เธอจะโค้งคำนับหรือสวมกอดแสดงความยินดีตามมารยาท…

เธอกลับเอื้อมมือไปคล้องคอกันต์ธร และ ประทับริมฝีปากจูบเขาอย่างดูดดื่มต่อหน้าพนักงานเกือบ 500 คน!

เสียงฮือฮาดังกระหึ่มไปทั่วห้องบอลรูม แฟลชจากกล้องนักข่าวสาดส่องวูบวาบ พนักงานบางคนเบิกตากว้าง บางคนยกมือป้องปากซุบซิบนินทา แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของฉันแหลกสลายที่สุดคือ… กันต์ธรไม่ได้ผลักลิตาออก เขากลับหลับตาและตอบรับจูบนั้นชั่วครู่ ก่อนจะผละออกด้วยใบหน้าที่เปื้อนยิ้มอย่างไม่รู้สึกรู้สาว่ากำลังเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของภรรยาที่ยืนอยู่ในงานนี้ด้วย

ความอดทนของฉันขาดสะบั้น ฉันก้าวเดินออกไปจากมุมมืด ตรงขึ้นไปบนเวทีด้วยความสงบที่น่ากลัวที่สุด นัยน์ตาของฉันเย็นเยียบไร้ความรู้สึก เสียงซุบซิบในงานค่อยๆ เงียบลงเมื่อทุกคนเห็นฉันเดินเข้าไปประจันหน้ากับคนทั้งคู่

“ถอยออกห่างจากสามีของฉันเดี๋ยวนี้ ลิตา” ฉันเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาด

ลิตาแสร้งทำหน้าตกใจ เธอรีบถอยไปหลบอยู่ด้านหลังกันต์ธรราวกับลูกนกที่ถูกรังแก
“พี่กันต์คะ… ลิตาแค่ดีใจกับพี่กันต์มากไปหน่อย พี่นลินเขาคงโกรธลิตาแน่ๆ เลยค่ะ” เธอตีหน้าเศร้าบีบน้ำตา

แทนที่กันต์ธรจะอธิบายหรือขอโทษ เขากลับก้าวออกมาขวางหน้าลิตาไว้ จ้องมองฉันด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรำคาญและโกรธเกรี้ยว เขาลืมตัวตนของผู้ชายแสนดีที่เคยรักฉันไปจนหมดสิ้น

“รู้สถานะและเจียมตัวของเธอหน่อยนลิน!” กันต์ธรตวาดใส่ฉันผ่านไมโครโฟนที่ยังเปิดอยู่ เสียงของเขาดังก้องไปทั่วห้อง “นี่คืองานวันสำคัญที่สุดในชีวิตของฉัน อย่ามาทำตัวงี่เง่าและสร้างความอับอายให้ฉันต่อหน้าลูกน้อง! ลิตาเขาเป็นเลขาคู่ใจที่ช่วยงานฉันมาตลอด ส่วนเธอมันก็แค่คนอยู่บ้านเฉยๆ ไม่มีสิทธิ์มาสั่งคนของฉัน! ลงไปข้างล่างเดี๋ยวนี้!”

สิ้นคำตวาดของเขา เสียงหัวเราะเยาะคิกคักและเสียงกระซิบกระซาบด้วยความสมเพชก็ดังระงมไปทั่วห้องบอลรูม พนักงานหลายคนมองฉันด้วยสายตาเวทนา บางคนก็เหยียดหยามที่ฉันเป็นแค่ ‘เมียหลวงที่ถูกหยามเกียรติ’ และไม่มีน้ำยาพอที่จะทำอะไรได้

ฉันยืนนิ่งอยู่บนเวที ไม่มีการร้องไห้ฟูมฟาย ไม่มีการสาดน้ำตา ฉันเพียงแค่มองลึกลงไปในดวงตาของผู้ชายที่ฉันเคยมอบชีวิตให้… ตอนนี้ฉันตาสว่างแล้วว่า เขาไม่ได้รักฉัน เขารักแค่ความสำเร็จที่เขาคิดว่าเขาสร้างมันมาด้วยตัวเอง

ฉันสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ดึงสติและตระหนักได้ว่า… บททดสอบความรักกากๆ นี้ มันสมควรจบลงเสียที

ฉันล้วงสมาร์ทโฟนในกระเป๋าคลัตช์ออกมา กดส่งข้อความเพียงประโยคสั้นๆ ไปยังเบอร์ที่ถูกตั้งเป็นรายการโปรด
จากนั้นฉันก็เงยหน้าขึ้น มองตรงไปที่กันต์ธรและกระซิบเบาๆ ให้ได้ยินกันแค่นั้น… “พ่อคะ… ถึงเวลาแล้วค่ะ”

กันต์ธรขมวดคิ้ว “เธอพูดบ้าอะไรของเธอ! ฉันบอกให้ลงไปไง!”

แต่ก่อนที่เขาจะทันได้เรียกพนักงานรักษาความปลอดภัย ไฟในห้องบอลรูมก็หรี่ลงกะทันหัน เสียงดนตรีหยุดชะงัก พิธีกรบนเวทีที่ได้รับสัญญาณจากทีมงานหลังฉาก รีบวิ่งหน้าตั้งมาคว้าไมโครโฟนด้วยมือที่สั่นเทา

“ข… แขกผู้มีเกียรติทุกท่านครับ! ในค่ำคืนอันแสนพิเศษนี้ เราได้รับเกียรติสูงสุดจากบุคคลที่สำคัญที่สุดของอาณาจักรเอ็มไพร์กรุ๊ป บุคคลที่ไม่ได้ปรากฏตัวต่อหน้าสื่อมานานหลายปี… ขอเสียงปรบมือต้อนรับ ท่านประธานกรรมการใหญ่และผู้ก่อตั้งบริษัท… คุณธนภัทร อัครมหาไพศาล ครับ!!”

ชื่อนั้นทำให้พนักงานทั้ง 500 คน รวมถึงแขกวีไอพียืนขึ้นพรึบด้วยความเคารพ กันต์ธรเบิกตากว้าง ความหยิ่งผยองเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความตื่นเต้นและประหม่า เขารีบจัดสูทให้เข้าที่ ผลักลิตาออกไปห่างๆ และเตรียมตัวโค้งคำนับ ‘บอสใหญ่’ ที่เขารอคอยจะประจบประแจงมาตลอดชีวิต

ประตูบานใหญ่ด้านหลังเวทีเปิดออก ชายวัยหกสิบเศษในชุดสูททักซิโด้สั่งตัดที่ดูทรงอำนาจและน่าเกรงขามเดินก้าวเข้ามาพร้อมกับบอดี้การ์ดนับสิบคน ทุกก้าวของเขาทำให้ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบสงัดราวกับป่าช้า

กันต์ธรฉีกยิ้มกว้าง ก้าวไปข้างหน้าพร้อมยื่นมือออกไป “ท… ท่านประธานครับ เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ท่านมาร่วมงานแต่งตั้งของผมในวันนี้…”

แต่คุณธนภัทรกลับเดินผ่านกันต์ธรไปราวกับเขาเป็นเพียงอากาศธาตุ!

ประธานใหญ่แห่งเอ็มไพร์กรุ๊ปเดินตรงดิ่งมาหาฉันที่ยืนอยู่กลางเวที สายตาที่เคยดุดันและน่าเกรงขามแปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนอย่างหาที่สุดไม่ได้ เขาสวมกอดฉันเบาๆ แล้วลูบหัวฉันอย่างทะนุถนอม

“พ่ออยู่นี่แล้วลูกรัก… ไม่มีใครหน้าไหนมารังแกแก้วตาดวงใจของพ่อได้อีกแล้ว”

คำพูดนั้นหลุดลอดเข้าไมโครโฟนที่ประธานใหญ่รับมาจากพิธีกร… และมันเปรียบเสมือนระเบิดปรมาณูที่ถล่มลงมากลางห้องบอลรูม!

“ล… ลูกรัก? พ… พ่อ?” กันต์ธรครางออกมาเสียงหลง ใบหน้าของเขาซีดเผือดไร้สีเลือดราวกับกระดาษ ขาทั้งสองข้างอ่อนยวบจนแทบจะยืนไม่อยู่

ลิตาที่ยืนอยู่ข้างหลังถึงกับเข่าทรุด กองลงไปกับพื้นเวที ดวงตาเบิกโพลงด้วยความสยดสยอง พนักงาน 500 คนอ้าปากค้าง ช็อกจนแทบลืมหายใจ!

คุณธนภัทรหันกลับมาประจันหน้ากับกันต์ธร บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนเป็นเยือกเย็นและกดดันจนแทบขาดใจ
“ฉันสร้างเอ็มไพร์กรุ๊ปขึ้นมาด้วยหยาดเหงื่อแรงกาย ไม่ใช่เพื่อผลกำไร แต่เพื่อส่งมอบอาณาจักรนี้ให้กับทายาทเพียงคนเดียวของฉัน… นลิน อัครมหาไพศาล”

กันต์ธรส่ายหน้าไปมาอย่างคนเสียสติ “ม… ไม่จริง นลินเป็นแค่นามสกุลธรรมดา เธอเป็นแค่ผู้หญิงธรรมดา… นลิน! นี่มันเรื่องตลกอะไรกัน!”

“หุบปากสกปรกของแกซะ!” คุณธนภัทรตวาดลั่นจนเสียงก้อง “ลูกสาวของฉันลดตัวลงไปใช้ชีวิตธรรมดา ทนกัดก้อนเกลือกินกับแก เพราะหวังว่าจะเจอความรักที่แท้จริง! เธอมาคุกเข่าขอร้องให้ฉันดันหลังแกเงียบๆ อนุมัติงบโปรเจกต์ให้แก ให้แกได้หน้า ให้แกได้เลื่อนขั้นจนมาถึงตำแหน่ง CEO! แต่สิ่งที่แกตอบแทนลูกสาวฉัน คือการสวมเขาและเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอต่อหน้าคนทั้งบริษัท!”

ความจริงที่ถูกเปิดเผยทำให้กันต์ธรเหมือนถูกสายฟ้าฟาด เขาเพิ่งตระหนักได้ว่า ความเก่งกาจและความสำเร็จทั้งหมดที่เขาหลงระเริง แท้จริงแล้วเป็นเพียงภาพลวงตาที่ภรรยาของเขาสร้างขึ้นเพื่อปกป้องอีโก้ของเขาเท่านั้น!

“พ่อคะ…” ฉันเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา “นลินไม่อยากเห็นหน้าผู้ชายคนนี้กับเลขาของเขาแล้วค่ะ”

“ได้สิลูก” คุณธนภัทรพยักหน้า ก่อนจะประกาศเสียงกร้าวผ่านไมโครโฟน “ในนามของประธานกรรมการใหญ่ ฉันขอใช้อำนาจเด็ดขาด… ปลด นายกันต์ธร ออกจากตำแหน่ง CEO และพนักงานของเอ็มไพร์กรุ๊ปตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป! ยึดคืนทรัพย์สิน รถประจำตำแหน่ง และสิทธิประโยชน์ทุกอย่างที่บริษัทเคยมอบให้ และเตรียมทีมทนายฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากข้อหายักยอกเวลาและทรัพยากรบริษัทไปใช้บำเรอความสุขส่วนตัวกับเลขาของมัน!”

“ท… ท่านประธาน! ไม่นะครับ! นลิน! นลินพี่ขอโทษ! พี่ตาบอด พี่มันโง่เอง!” กันต์ธรพุ่งตัวเข้ามาหมายจะกอดขาฉัน แต่ถูกบอดี้การ์ดร่างยักษ์สองคนเตะสกัดจนล้มคว่ำลงไปกองกับพื้น เขาคลานเข่าร้องไห้ฟูมฟายอย่างน่าสมเพช หมดสิ้นคราบของ CEO ผู้หยิ่งยโส

ส่วนลิตาก็พยายามจะคลานเข้ามาหาฉันเช่นกัน “พี่นลินคะ! ลิตาถูกพี่กันต์บังคับค่ะ! ลิตาไม่ได้ตั้งใจ พี่นลินไว้ชีวิตลิตาเถอะนะคะ!”

ฉันก้มมองเศษสวะทั้งสองคนที่กำลังร้องขอความเมตตาอยู่แทบเท้าด้วยแววตาที่ว่างเปล่า
“เมื่อกี้คุณบอกให้ฉันเจียมตัวใช่ไหมกันต์ธร? ตอนนี้คุณก็รู้แล้วนะ… ว่าสถานะของฉันคือใคร และสถานะของคุณในตอนนี้… มันก็เป็นได้แค่หมาขี้เรื้อนตัวหนึ่งเท่านั้น”

ฉันหันหลังให้ภาพที่น่าสมเพชนั้น ควงแขนคุณพ่อเดินลงจากเวทีไปอย่างสง่างาม ทิ้งให้บอดี้การ์ดลากตัวกันต์ธรและลิตาออกไปโยนทิ้งหน้าโรงแรม ท่ามกลางเสียงโห่ไล่และสายตาสมเพชจากพนักงานทั้ง 500 คนที่เคยมองฉันเป็นตัวตลก

งานฉลองที่ควรจะเป็นจุดสูงสุดในชีวิตของเขา กลับกลายเป็นหลุมฝังศพที่เขย่าขุดขึ้นมาฝังตัวเอง และตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป ชื่อของ ‘กันต์ธร’ จะถูกขึ้นแบล็กลิสต์ในวงการธุรกิจตลอดกาล… นี่แหละคือราคาที่เขาต้องจ่าย สำหรับการกล้าเหยียบย่ำหัวใจของ ‘ประธานใหญ่’ ตัวจริง!

Related Articles

Back to top button
error: Content is protected !!